วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553

วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553

เเนะนำตัว

เเนะนำตัว




เราชื่อ: อภิสิทธิ์ สุววรณ ชื่อเล่น: "เต้ย"

ชั้น ม.5/1 เลขที่ 1

อีเมลล์: tery_ave49@hotmail.com

วันเกิด :Sun.3 may,1992



ครูผู้สอน วีระชน ไพสาทย์

สำหรับ"แม่"น้อยกว่านี้ได้ยังไง

สำหรับ"แม่"น้อยกว่านี้ได้ยังไง




อันความรักของเเม่ไม่แปรผัน



จะกี่วันรักของเเม่ไม่จางหาย



จะกี่เดือนรักเเม่ไม่กลับกาย



จนสิ้นใจไม่เคลื่อนเลื่อนหาย

การทํางานของคอมพิวเตอร์

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์




การทํางานของคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้

1. หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)

ทําหน้าที่ในการรับข้อมูลหรือคําสั่งจากภายนอกเข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจํา เพื่อเตรียมประมวลผล

ข้อมูลที่ต้องการ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการนําข้อมูลที่ใช้กันอยู่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น มีอยู่หลายประเภทด้วย

กันสําหรับอุปกรณ์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี ดังต่อไปนี้

- Keyboard

- Mouse

- Disk Drive

- Hard Drive

- CD-Rom

- Magnetic Tape

- Card Reader

- Scanner



2. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit)

ทํ าหน้าที่ในการคํานวณและประมวลผล แบ่งออกเป็น 2 หน่วยย่อย คือ

- หน่วยควบคุม ทําหน้าที่ในการดูแล ควบคุมลําดับขั้นตอนของการประมวลผล และการทํางาน

ของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในหน่วยประมวลผลกลาง และช่วยประสานงานระหว่างหน่วยประมวลผลกลาง กับ

อุปกรณ์นําเข้าข้อมูล อุปกรณ์ในการแสดงผล และหน่วยความจําสํารอง

- หน่วยคํานวณและตรรก ทําหน้าที่ในการคํานวณและเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ที่ส่งมาจาก

หน่วยควบคุม และหน่วยความจํา



3. หน่วยความจํ า (Memory)

ทําหน้าที่ในการเก็บข้อมูลหรือคําสั่งต่างๆ ที่รับจากภายนอกเข้ามาเก็บไว้ เพื่อประมวลผลและยัง

เก็บผลที่ได้จากการประมวลผลไว้เพื่อแสดงผลอีกด้วย ซึ่งแบ่งออกเป็น

หน่วยความจํา เป็นหน่วยความจําที่มีอยู่ ในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ทําหน้าที่ในการเก็บคําสั่ง

หรือข้อมูล แบ่งออกเป็น

- ROM หน่วยความจําแบบถาวร

- RAM หน่วยความจําแบบชั่วคราว

- หน่วยความจําสํารอง เป็นหน่วยความจําที่อยู่นอกเครื่อง มีหน้าที่ช่วยให้หน่วยความจําหลัก

สามารถเก็บ ข้อมูลได้มากขึ้น



4. หน่วยแสดงผล (Output Unit)

ทําหน้าที่ในการแสดงผลลัทธ์ที่ได้หลังจากการคํานวณและประมวลผล สําหรับอุปกรณ์ที่ ทําหน้าที่

ในการแสดงผลข้อมูลที่ได้นั้นมีต่อไปนี้

- Monitor จอภาพ

- Printer เครื่องพิมพ.

- Plotter เครื่องพิมพ์ที่ใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการลงกระดาษ

กระรอก

กระรอก จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีขนาดลำตัวเล็ก ขนปุยปกคลุมทั่วทั้งร่างกาย นัยนตากลมดำ หางเป็นพวงฟู จัดอยู่ในประเภทสัตว์ฟันแทะ


กระรอกอาจแบ่งได้เป็น 3 พวกใหญ่ ๆ ได้แก่ กระรอกต้นไม้ (tree squirrels) กระรอกดิน (ground squirrels) และ กระรอกบิน (flying squirrels)

วงศ์กระรอกมี วงศ์ย่อย 2 วงศ์ คือ Pteromyinae ได้แก่ กระรอกบิน และวงศ์ Sciurinae ได้แก่ กระรอกต้นไม้, กระรอกบิน, ชิพมั้งค์

กระรอกต้นไม้ เป็นกระรอกที่มักพบเห็นได้บ่อยและคุ้นเคยกันดี มีหางยาวเป็นพวงสวยงาม มีกรงเล็บแหลมคม และมีใบหูใหญ่ บางชนิดมีปอยขนที่หู ส่วนกระรอกบินนั้น จะมีพังผืดข้างลำตัว สำหรับกางเพื่อร่อนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง มักเป็นหากินในตอนกลางคืน มีตาสะท้อนแสงไฟ กระรอกดิน มักจะมีรูปร่างสั้น และล่ำสันกว่ากระรอกต้นไม้ มีขาหน้าแข็งแรงใช้สำหรับการขุดดิน หางของกระรอกดินนั้นจะสั้นกว่าหางของกระรอกต้นไม้ และไม่ฟูเป็นพวงนัก และเช่นเดียวกับสัตว์ฟันกัดแทะชนิดอื่น ๆ กระรอกจะมีนิ้วเท้าหลังข้างละ 5 นิ้ว และ นิ้วเท้าหน้าข้างละ 4 นิ้ว ตรงส่วนที่น่าจะเป็นนิ้วโป้งจะกลายเป็นปุ่มนูน ๆ ซึ่งถูกพัฒนาให้เหมาะสำหรับจับอาหารมาแทะ

กระรอกมีขนาดใหญ่เล็กต่าง ๆ กันไปตามสายพันธุ์ และสามารถแบ่งตามขนาดได้ 3 กลุ่ม คือ ขนาดใหญ่ เช่น พญากระรอก ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทยพบอยู่เพียง 2 ชนิด คือ พญากระรอกดำ (Ratufa bicolor) และพญากระรอกเหลือง (Ratufa affinis) ซึ่งได้ถูกขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ขนาดกลาง เช่น กระรอกหลากสี (Callosciurus finlaysoni) กระจ้อน (Menetes berdmorei) และ ขนาดเล็ก เช่น กระเล็น (กระถิก) ซึ่งเป็นกระรอกที่เล็กที่สุดที่พบในประเทศไทย

อาหารของกระรอกคือ ผลไม้ และ เมล็ดพืช เป็นหลัก แต่กระรอกก็ยังชอบกินแมลงด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะกระรอกขนาดใหญ่อย่างพญากระรอก นั้นบางครั้งก็ยังกินไข่นกเป็นอาหารอีกด้วย









ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki

เเรด

แรด




วงศ์ RHINOCEROTIDAE

Rhinoceros sondaicus Dermarest, 1822 ลักษณะ :



: แรดจัดเป็นสัตว์พวกกีบคี่ คือมีเล็บ 3 เล็บทั้งเท้าหน้าและเท้าหลัง ตัวโตเต็มวัยมีความสูงที่ไหล่ 1.6-1.8 เมตร น้ำหนักตัว 1,500-2,000 กิโลกรัม แรดมีหนังหนาและมีขนแข็งขึ้นห่างๆ สีพื้นเป็นสีเทาออกดำ ส่วนหลังมีรอยพับของหนัง 3 รอย ตรงบริเวณหัวไหล่ ด้านหลังของขาคู่หน้าและด้านหน้าของขาคู่หลัง แรดตัวผู้มีนอเดียวยาวไม่เกิน 25 เซนติเมตร ส่วนตัวเมียจะเห็นเป็นเพียงปุ่มนูนขึ้นมา







อุปนิสัย:



ในอดีตเคยพบแรดออกหากินรวมกันเป็นฝูง แต่ปัจจุบันแรดหากินตัวเดียวโดดๆ หรืออยู่เป็นคู่ในฤดูผสมพันธุ์ อาหารของแรดได้แก่ ยอดไม้ ใบไม้ กิ่งไม้ และผลไม้ที่ร่วงหล่นบนพื้นดิน แรดไม่มีฤดูผสมพันธุ์ที่แน่นอนจึงสามารถผสมพันธุ์ได้ตลอดปี ตกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งท้องนานประมาณ 16 เดือน





ที่อยู่อาศัย:



แรดอาศัยอยู่เฉพาะในป่าดิบชื้นที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์หรือตามป่าทึบริมฝั่งทะเล ส่วนใหญ่จะหากินอยู่ตามพื้นที่ราบ ไม่ค่อยขึ้นไปบนภูเขาสูง



เขตแพร่กระจาย :



แรด มีเขตแพร่กระจายตั้งแต่ประเทศบังกลาเทศ พม่า ไทย ลาว เขมร เวียดนาม ลงไปทางแหลมมลายู สุมาตรา และชวา ปัจจุบันมีรายงานพบน้อยมากจนกล่าวได้ว่าเกือบจะหมดไปจากผืนแผ่นดินใหญ่ของ ทวีปเอเชียแล้ว เชื่อว่าอาจยังคงมีหลงเหลืออยู่บ้างบนเทือกเขาตะนาวศรี และในป่าลึกบริเวณรอยต่อจังหวัดระนอง พังงา และสุราษฎร์ธานี



สถานภาพ:



ปัจจุบันแรดจัดเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิดของประเทศไทย และจัดอยู่ใน Appendix 1 ของอนุสัญญา CITES ทั้งยังจัดเป็นสัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ตาม U.S Endangered Species Act



สาเหตุของการใกล้สูญพันธุ์:



เช่นเดียวกับแรดที่พบในบริเวณอื่นๆ แรดที่พบในประเทศไทยถูกล่าและทำลายล้างอย่างหนัก เพื่อต้องการนอและส่วนต่างๆ เช่น หนัง กระดูก เลือด ฯลฯ ซึ่งมีคุณค่าสูงยิ่ง ใช้เป็นยาบำรุงและยาอื่นๆ นอกจากนี้บริเวณป่าราบที่แรดชอบอาศัยก็หมดไป กลายเป็นบ้านเรือนและบริเวณเกษตรกรรมจนหมด



จากหนังสือ : พืชและสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ในประเทศไทย









ที่มา : http://www.prc.ac.th/tree_an_teen/r_sondaicus.htm

กลุ่มลิง

กลุ่มลิง


ลิงโลกเก่า คือ ลิงทางซีกโลกตะวันออกแถบทวีปเอเชียและทวีปแอฟริกา ไม่มีหาง มีพัฒนาการของนิ้วหัวแม่มือให้หันเข้าหากัน เพื่อช่วยในการจับสิ่งของ มีฟันกราม 2 ซี่ เช่นเดียวกับมนุษย์ และมีความสามารถในการมองเห็นได้ดีมาก อาจเป็นบรรพบุรุษของเอป (Ape) มีภาษาของมันเอง ลิงโลกเก่านั้นมีอยู่หลายชนิด เช่น ลิงแสม ลิงบาบูน และลิงแมนดริล[ต้องการอ้างอิง]

ลิงโลกใหม่ คือ ลิงที่พบทางแถบอเมริกาใต้ อาศัยอยู่บนต้นไม้ มีหางยาว และสามารถใช้หางช่วยในการยึดเหนี่ยว สมองในส่วนของประสาทที่เกี่ยวกับการมองเห็นพัฒนาการขึ้นอย่างเด่นชัด มีฟันกราม 3 ซี่ ลิงโลกใหม่ที่พบ ได้แก่ ลิงแมงมุม ลิงฮาวเลอร์ ลิงคาปูชิน และลิงคูรูกูลิส [1]

แกะ

แกะ


มีทฤษฎีหลายทฤษฎีที่พยายามจะอธิบายถึงต้นกำเนิดของการเลี้ยงแกะ อย่างไรก็ตามส่วนจะเห็นพร้องกันว่า แกะที่เลี้ยงมีต้นกำเนิดมาจาก แกะมูฟลอน (mouflon) ปัจจุบันพบว่ามีแกะมูฟลอนป่า (wild mouflon) อยู่ 2 ชนิด คือ Asiatic mouflon ซึ่งยังคงพบอยู่ในบริเวณเทือกเขาแถบเอเซียน้อย (Asia Minor) และประเทศอิหร่านทางตอนใต้ แกะมูฟลอนอีกชนิดหนึ่งคือ European mouflon ซึ่งพบอยู่แต่ในหมู่เกาะซาดิเนีย (Sardinia) และคอร์ซิคา (Corsica) แกะทั้งสองชนิดนี้มีความเกี่ยวพันธ์กันอย่างใกล้ชิดมาก จะมีส่วนที่แตกต่างกันแต่เพียง แกะมูฟลอนเอเซีย (Asiatic mouflon) จะมีสีแดงและมีรูปเขาเขาที่ต่างออกไป บางคนคิดว่าแกะมูฟลอนยุโรปมีต้นกำเนิดมาจากแกะมูฟลอนเอเซียที่คนในยุโรปนำไป เลี้ยงนั่นเอง



แกะ ถือได้ว่า เป็นสัตว์เลี้ยงชนิดแรกๆ ของมนุษย์ จากหลักฐานทางโบราณคดีในประเทศอิหร่าน พบว่า มีรูปปั้นแกะสลักของแกะพันธุ์ขน (wooled sheep) ซึ่งแสดงว่ามนุษย์เริ่มเลี้ยงแกะเพื่อเอาขนมาใช้ได้กว่า 6,000 ปีมาแล้ว ลักษณะของแกะที่พบอยู่ในปัจจุบัน ลักษณะของแกะในปัจจุบันปรากฎอยู่ในศิลปยุคเมโสโปเตเมีย (Mesopotamian) และยุคบาบิโลเนียน (Babylonian) และหนังสือเมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสศักราช



ลักษณะ ที่สำคัญของแกะที่ถูกคัดเลือกให้เป็นลักษณะประจำของแกะมาหลายศตวรรษแล้ว ซึ่งมีด้วยกันหลายๆ ลักษณะ เช่น ลักษณะของขน (wool type) การชอบอยู่กันเป็นกลุ่มและลักษณะที่สำคัญทางเศษฐกิจอื่นๆ ทำให้ปัจจุบันมีแกะมากถึง 200 กว่าชนิดกระจายอยู่ทั่วโลก การสร้างสายพันธุ์ใหม่ในปัจจุบันทำได้ด้วยการสร้างแกะพันธุ์ผสม หรือผสมข้ามพันธุ์ โดยการผสมพันธุ์แกะตั้งแต่สอง หรือมากกว่าสองพันธุ์ขึ้นไป

20-15 ประเทศน่าเที่ยว

20 -15 อันดับประเทศน่าเที่ยว ที่สุดในโลก


20 -15 อันดับประเทศน่าเที่ยว ที่สุดในโลก









ใครจะไปเที่ยว...ยกมือขึ้น... (ขอไปด้วยคนน นะ นะ น้า.. )





หุ หุ หุ







นิตยสารคอนเดอร์นาร์ด(Conde' Nast Traveller)



นิตยสารท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 3 ของอเมริกา

ซึ่งมีผู้อ่านทั่วโลก 3 ล้านคน



สำรวจความคิดเห็นผู้อ่านนิตยสารจากทั่วโลก





ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศน่าเที่ยว



อันดับที่ 4 โดยได้คะแนน 91.39 จาก 100





รองจากอิตาลี อินเดีย และนิวซีแลนด์ซึ่งเป็นสามอันดับแรก

สิ่งที่นักท่องเที่ยวประทับใจประเทศไทยที่สุดคือ



การเป็นเจ้าบ้านที่ดี





เอาการจัดอันดับมาลงให้อ่านกัน



ส่วนภาพประกอบก็เอามาจากเว็บ

ต่อไปนี้คือผล vote ของ 20 อันดับ









20. Ireland

















ไอร์แลนด์ (ภาษาไอริช Éire) ชื่ออย่างเป็นทางการ



ของประเทศนี้คึอสาธารณรัฐไอร์แลนด์



(อังกฤษ: Republic of Ireland)



(ภาษาไอริช โพบลัคท์ นา เฮย์เรอันน์ - Poblacht na hÉireann)





นับเป็นสมาชิกที่อยู่ไกลสุดทางตะวันตกของสหภาพยุโรป



มีประชากร 4 ล้านกว่าคน เป็นประเทศบนเกาะไอร์แลนด์



อยู่ห่างจากทวีปยุโรปไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ



โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 5 ใน 6 ของเกาะดังกล่าว



(ส่วนที่เหลืออีก 1 ใน 6 ของเกาะไอร์แลนด์ เรียกว่า



ไอร์แลนด์เหนือ เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่



และไอร์แลนด์เหนือ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า "สหราชอาณาจักร" นั่นเอง)



ไอร์แลนด์เป็นอีก ประเทศหนึ่งที่ใช้เงินยูโร



เมืองหลวงชื่อ ดับลิน พื้นที่ทั้งหมด 70,273 ตร.กม.



ประกาศเอกราชจากอังกฤษ เมื่อ 21 มกราคม 2462.

(ที่มา : วิกิพีเดีย)









19. Chile












ประเทศชิลี มีชื่อทางการว่า สาธารณรัฐชิลี



(สเปน: República de Chile)





เป็นประเทศในทวีปอเมริกาใต้ มีเนื้อที่ติดชายฝั่งทะเล



ยาวระหว่างเทือกเขาแอนดีสกับมหาสมุทรแปซิฟิก



มีอาณาเขตจรดประเทศอาร์เจนตินาทางทิศตะวันออก



จรดโบลิเวียทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ



และจรดเปรูทางทิศเหนือ



ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกของประเทศ



มีความยาว 6,435 กิโลเมตร ชิลีมีดินแดนในมหาสมุทรแปซิฟิก



โดยครอบครองหมู่เกาะควนเฟร์นันเดซ เกาะซาลาอีโกเมซ



หมู่เกาะเดสเบนตูราดัส และเกาะอีสเตอร์ในโพลินีเซีย



ชิลียังอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนในแอนตาร์กติกาด้วย



เมืองหลวง ซัน ติเอโก (เป็นเมืองใหญ่ที่สุดด้วย)



ประชากร 16.4 ล้านคน เนื้อที่ทั้งหมด 756,950 ตร.กม.



สกุลเงิน เปโซชิลี ใช้ภาษาเสปนเป็นภาษาราชการ









18. JAPAN











ญี่ปุ่น มีเนื้อที่กว่า 377,835 ตารางกิโลเมตร



นับเป็นอันดับที่ 62 ของโลก หมู่เกาะญี่ปุ่นประกอบไปด้วย



เกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือ



เกาะฮนชู ฮกไกโด คิวชู และ ชิโกกุ ตามลำดับ



เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา



ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ เช่นภูเขาไฟฟูจิ



ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ เป็นต้น



ประชากรของญี่ปุ่นนั้นมีมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก



คือประมาณ 128 ล้านคน เมืองหลวงของญี่ปุ่น



คือ กรุงโตเกียว ซึ่ง ถ้ารวมบริเวณปริมณฑลเข้าไปด้วยแล้ว



จะกลายเป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่



มีประชากรอยู่อาศัยมากกว่า 30 ล้านคน



ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาราชการ ใช้เงินสกุลเยน.

(ที่มา : วิกิพีเดีย)







17. BOTSWANA











บอตสวานา ({Republic of Botswana};



ภาษาเซตสวานา:Lefatshe la Botswana)





เป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคแอฟริกาใต้



และเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีอาณาเขตดังนี้



ทิศใต้ติดกับประเทศแอฟริกาใต้



ทิศตะวันตกติดกับประเทศนามิเบีย



ทิศเหนือติดกับประเทศแซมเบีย



ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศซิมบับเว



มีพื้นที่ประมาณ 600,000 ตร.กม.



ประชากร ประมาณ 1.6 ล้านคนเศษ

ใช้ภาษา อังกฤษ และ Tswana เป็นภาษาราชการ



เพิ่งได้รับเอกราชจากอังกฤษมาเมื่อปี 1966 นี่เอง



สกุลเงิน ปูลา (BWP)

(ที่มา : วิกิพีเดีย)







16. CANADA

















แคนาดา (อังกฤษ: Canada;



ภาษาฝรั่งเศสออกเสียง /kanada/, /กานาดา/)





เป็นประเทศในทวีปอเมริกาเหนือติดกับสหรัฐอเมริกา



เป็นประเทศที่มีที่ตั้งอยู่ทางเหนือมากที่สุดของโลก



และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ สองของโลก



ปัจจุบันแคนาดาใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย



โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข



โดยถือพระราชินีอลิซาเบธที่สองเป็นกษัตริย์



(หมายเหตุ: พระองค์เดียวกับของสหราชอาณาจักร



แต่โดยรัฐธรรมนูญแล้วถือว่าเป็นคนละตำแหน่ง



แม้จะเป็นบุคคลเดียวกัน



โดยมงกุฎและบัลลังก์นั้นใช้คนละแบบ ไม่ได้ใช้ร่วมกัน)



เมืองหลวง ชื่อออตตาวา (โตรอนโต เป็นเมืองใหญ่ที่สุด)



เนื้อที่ 9,984,670 ตร.กม. ประชากร 32.6 ล้านคน



ใช้ภาษา อังกฤษ และฝรั่งเศษ เป็นภาษาราชการ



สกุลเงิน ดอลลาร์ แคนาดา ($ CAD)









15. TURKEY















ตุรกี (Turkey) (ตุรกี: Türkiye [ตืร์กีเย])



หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐตุรกี (Republic of Turkey)





เป็นประเทศที่มีดินแดนทั้งในบริเวณเธรซ



บนคาบสมุทรบอลข่านในยุโรปตอนใต้



และคาบสมุทรอานาโตเลียในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้



ตุรกีมีพรมแดนทางด้านทิศตะวันออกติดกับ



ประเทศจอร์เจีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน และอิหร่าน



มีพรมแดนทางด้านทิศใต้ติดกับอิรัก ซีเรีย



และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน



ส่วนทางทิศตะวันตกติดกับกรีซ บัลแกเรีย และทะเลอีเจียน



ทางเหนือติดกับทะเลดำ ส่วนที่แยกอานาโตเลียและ



แทรสออกจากกันคือทะเลมาร์มารา และช่องแคบตุรกี



(ช่องแคบบอสฟอรัสและช่องแคบดาร์ดาเนลเลส)



ซึ่งมักถือเป็นพรมแดนระหว่างทวีปเอเชียกับยุโรป



จึงทำให้ตุรกีเป็นประเทศที่มีดินแดนอยู่ในหลายทวีป



เมืองหลวง อังการา (อิสตันบูล เป็นเมืองใหญ่ที่สุด)



เนื้อที่ 780,580 ตร.กม. ประชากร 73.2 ล้านคน,



ใช้ภาษา ตุรกี เป็นภาษาราชการ,



สกุลเงิน ลีราตุรกี (TRY)

คิงคองในสวนสัตว์พาต้า ,, มันยังอยู่

เจ้ากอริลล่าเอ๋ย ......ช่างน่าเวทนาจริงหนอ กอริลล่า ณ สวนสัตว์พาต้า กทม.







สิบกว่าปีมาแล้ว...ภายใน อ้อมกอดของคอกปูนและกรงเหล็ก







ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน

ไม่มีป่าทึบพงไพรให้ซ่อนตัว

ไร้ผลไม้ผลาหารให้เก็บกินอย่างอิสระ

ไร้เถาวัลย์ ให้ห้อยโหน หรือนอนเล่นในพงหญ้า

ไม่ได้สัมผัสแดด ลม ฝน ตามธรรมชาติ

ไม่ได้แม้แต่คลอเคลียเคียงคู่เสน่หา

ชีวิตนี้ ...ช่างไร้ค่ายิ่ง

................................

ชีวิตจำเจ ซ้ำซาก เป็นกิจวัตร

ไร้อิสรภาพ

ไร้สิทธิ ไร้เสียง ที่จะอ้อนวอน

มนุษย์ช่างแสนโหดร้ายกับสัตว์ผู้เป็นทาส

เพียงต้องการเห็นเป็นสัตว์ตัวอย่าง

เพียงอ้างว่าอนุรักษ์

แต่แท้แล้วคือธุรกิจที่ปรารถนายิ่งกว่า

.............................................

เพียงสบตาแวบหนึ่งก็รู้ว่า.....เจ้าเครียด

ดูแววตาเจ้าแล้วก็รู้ว่า........เจ้าหดหู่

ดูสีหน้าเจ้าแล้วก็รู้ว่า.......เจ้าสิ้นหวัง

ดูอากัปกิริยาเจ้าแล้วก็รู้ว่า.........เจ้าหงอยเหงาสิ้นหวัง

เจ้ากอริลล่าเอ๋ย......ช่างน่าเวทนาจริงหนอ









คิงคองในสวนสัตว์พาต้า มันยังอยู่

เพื่อนๆครับ กอริล่าหรือ ที่ชอบเรียกกันเล่นๆว่าคิงคอง

ที่ อยู่พาต้า อะครับ ทุกวันนี้มันยังอยู่เลย ได้ยินว่าร้องไห้ด้วย



ก็จะไม่ร้องได้ ยังไงหละครับ

เหงาจะตายแถมสภาพแวดล้อมก็แย่ลงๆ ห้างก็เงียบๆ น่าสงสารครับ

ล่าสุดที่ผมไป นกเพนกวิน ขนร่วง

เหมือนเป็นขี้เรื้อน

กอริลล่า ซึม เศร้า นั่งหันหลังตลอด

คน ไปตะโกนเรียกมันให้หันมา พอมันหันมา ทุกคนที่ ตะโกนเรียก

ถึงกับเงียบ กริบ เพราะมันร้องไห้น้ำตาไหล

หลายคนน้ำตาซึมไปกับมัน เป็นภาพที่ไม่เคยลืมเลย น่าสงสารมาก อยู่

เหมือนคุก มันทำอะไรผิด ทำไมต้องทำกับสัตว์ที่ไม่มีทางสู้ด้วยไม่เข้าใจมนุษย์





..เมื่อวานได้ มีโอกาสไปเที่ยวสวนสัตว์ที่พาต้าอีกครั้ง

พอกลับมาถึง บ้าน มีความรู้สึกว่า ถ้ารู้ว่าต้องไปเห็นสภาพแย่ๆ

ของสัตว์เหล่านั้น คงไม่ไปแน่ๆ เราตั้งใจจะไปชมเพื่อความรู้ และความ

เพลิดเพลิน แต่สิ่งที่ติดอยู่ในใจเราตอนนี้

กลับมีแต่ความสงสาร และสงสัย















..จากที่ไปมา สภาพแวดล้อม และบรรยากาศมันดูไม่ดีเลย อึมครึม

เหม็นอับ ไม่ดีทั้งต่อคนที่ไปดู และต่อสัตว์เหล่านั้นด้วย

พวกเค้าเป็นสัตว์ป่าไม่ใช่เหรอคะ สถานที่มันจำลองมาจากป่าก็จริง

แต่ก็ทำแบบจำลองจริง ๆ คือเล็กมาก แบบที่ว่า อยู่นานๆ

อาจจะเป็นง่อยได้เลย เช่นกรงหมาป่า กรงเสือ

และพวกสัตว์กลางคืนทั้งหลาย (ขนาดหมาที่บ้านขังมันอยู่ในบ้านวัน เดียว ยังแทบจะตายให้ได้)





...ได้ลองถามพี่ที่เค้าดูแล เจ้าคิงคองว่า ตัวที่อยู่ปัจจุบันนี้

เป็นลูก ของตัวที่เราเคยเห็นกันเมื่อสมัยเด็กๆ เจ้าตัวพ่อ เราเอามาจากอเมริกา



ส่วนตัวนี้ ทางพาต้าเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆ

นั่นแสดงว่า "เค้า" กิน นอน นั่ง เดิน และ "เหงา"

อยู่ ในกรงแห่งนี้ ตั้งแต่เค้าลืมตาดูโลกเลยอย่าง นั้นหรือนี่!!!

ข้อความสุดท้ายใต้ซากแผ่นดินไหว! (ถึงเก่าก้อซึ้งจัย)


"อันนี้เราเคยได้ยินมาแล้วตอนวันแม่ อ . เอามาอ่านให้ฟ้ง





บังเอิญเปิดไปเจอเลยเอามาให้เพื่อนๆอ่านก่อนจะเข้านอน"



















หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

ที่คร่าชีวิตชาวจีนในจังหวังซื่อชวนไปกว่า 3 หมื่นชีวิต



ได้มีเรื่องราวน่าสลดเกิดขึ้นมากมาย แต่ระหว่างช่วงนาทีอันสุดระทมนั้น



ก็ยังมีเรื่องสุดประทับใจเกิดขึ้น



เมื่อทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่คาดว่าจะรอดชีวิตใต้ซากตึกหักพัง



เขาได้เห็นแผ่นหลังของหญิงคนหนึ่ง



จากท่าทางกำลังคุกเข่าอยู่ แต่ก็เชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว



เมื่อเข้าไปดึงตัวเธอออกมา ก็พบสิ่งสะเทือนใจ



เพราะในอ้อมกอดของเธอมีเด็กชายที่กำลังดูดนมจากอกของเธออยู่



ที่สำคัญ เด็กน้อยคนนี้ยังมีลมหายใจอยู่



… ใช่! เขารอดชีวิต แต่แม่ของเขาได้เสียสละชีวิตเพื่อเขาแล้ว



ไม่เพียงเท่านี้ ทีมหน่วยกู้ภัยยังเหลือบ

เห็นมือของเธอ ที่กำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น



และเมื่อหยิบออกมาดู ก็พอข้อความที่เธอพิมพ์ผ่าน SMS เอาไว้



เพื่อบอกลาลูกน้อยสุดที่รัก



ข้อความนี้ เป็นข้อความสั้น ๆ ที่กลั่นออกมาจากหัวใจของแม่ที่ใกล้สิ้นลม



เพื่อส่งผ่านความรักแบบไร้เงื่อนไข แม้แต่ชีวิตก็ยอมให้กับลูกของเธอได้



หน้าจอมือถือ มีข้อความว่า

" ลูกรักของแม่ … ถ้าลูกมีชีวิตรอด แม่อยากบอกให้ลูกรู้ว่า แม่รักลูกมาก "











ความในใจจาก .จขกท ป . ล อย่าคิดว่าคุณไม่เหลือใคร เพียงแค่คุณหันกลับ







ไปมองข้างหลังสักนิดคุณจะเห็นว่ายังมี ผู้หญิงและผู้ชายอีกคน ที่พร้อมจะรักคุณเสมอ"

ตึกที่สูงที่สุด 2010

ตึก Burj Dubai มีความสูงเหยียบ 800 เมตร 160 ชั้น (เฉลี่ยสูงชั้นละ 5 เมตร) บุด้วยผนังกระจกกว่า 26,000 แผง มีพื้นที่รวมกว่า 500,000 ตารางเมตร พร้อมสำหรับออฟฟิศและอพาร์ทเมนต์แล้ว จากการก่อสร้างที่ได้เริ่มในปี 2004 ในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้นสูงสุด แต่พิธีเปิดกลับต้องมาเริ่มในช่วงวิกฤตทางการเงิน ซึ่งดูไบต้องร้องขอความช่วยเหลือทางการเงินฉุกเฉิน (Bailed out) จาก อาบู ดาบี




ความสูงที่แท้จริงของตึกมูลค่า 1.5พันล้านดอลล่าร์นั้นยังคงเป็นความลับ แต่สูงกว่าแชมป์เก่าก่อนหน้าอย่างตึก Taipei 101 อย่างแน่นอน นอกจากนี้มันยังเป็นที่รวมของที่สุดในโลกอีกจำนวนมากตั้งแต่จำนวนชั้นที่ถูกจับจองมากที่สุด, ลิฟต์ที่สูงที่สุด และชั้นชมวิวที่สุงที่สุดบนชั้นที่ 124 รวมไปถึงสุเหร่าที่สูงที่สุดบนชั้น 158 และสระว่ายน้ำที่สูงที่สุดบนชั้นที่ 76 อีกด้วย



แม้ภายในจะยังไม่เสร็จทั้งหมด Burj Dubai ก็จะทำพิธีเปิดในวันนี้ (จันทร์ที่ 4 มกราคม 2553) โดยผู้ปกครองดูไบ ชีค Mohammed Bin Rashid Al Maktoum ในเวลา 20:00น. ตามเวลาท้องถิ่น 1,325 วันหลังจากเริ่มงานขุดฐานราก ในงานจะมีแขกเข้าร่วมงานกว่า 60,000 คน ชีค Mohammed จะเปิดเผยความสูงที่แท้จริงของตึกในงานนี้อีกด้วย



งานก่อสร้างนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายทั้งทางเทคนิค และการขนถ่ายวัสดุ ไม่เพียงแค่เพราะมันสูง แต่ยังเป็นเพราะดูไบตั้งอยู่ในเขตที่มีลมแรง รวมไปถึงอยู่ใกล้รอยเลื่อนแผ่นดินไหวด้วย ทั้งโดนฟ้าผ่าไปสองครั้ง แถมยังมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมาสะเทือนจากอิหร่าน แล้วยังมีลมปะทะทุกรูปแบบในขณะที่กำลังก่อสร้าง



อย่างไรก็ตามนักลงทุนก็กำลังเผชิญหน้ากับการขาดทุน แม้ตึกจะยังสร้างไม่เสร็จก็ตามเนื่องจากราคาที่ดินในดูไบตกฮวบจากพิษเศรษฐกิจโลก อพาร์ทเม้นท์บางห้องปกติขายที่ $2,700 ต่อตารางฟุต ตอนนี้ราคาเหลือไม่ถึงครึ่ง ดังนั้นจึงน่าจะกล่าวได้ว่าตึก Burj Dubai เป็นสัญลักษณ์ของจุดจบของยุคแห่งการสร้างตึกระฟ้าในภูมิภาคนี้ - อย่างน้อยก็ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ



50 เรื่องจริงของประเทศ "กัมพูชา"

1. อย่ากินน้ำแข็งเด็ดขาด ถ้าไม่ได้อยู่ในพนมเปญหรือเสียมเรียบ


2. ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดขอบกระป๋องน้ำอัดลมทุกครั้งก่อนดื่ม

3. คนเขมรมักจอดรถเข้าซองแบบเอาหัวเข้ามากกว่าถอยเอาตูดเข้า

4. อยู่มาครึ่งปี ...เจอตุ๊ดเขมรไม่ถึง 10 คน

5. อาบอบนวดที่นี่ หมอนวดหน้าตาอุบาทว์มาก รับไม่ได้...

6. อย่ากระแดะไปวิ่งเล่นในทุ่งนาตามต่างจังหวัดเด็ดขาด ระเบิดยังเหลืออีกเพียบ

7. งานศพเขมร เวลาพระสวดต้องเปิดลำโพงให้ชาวบ้านฟังไปสามบ้านแปดบ้าน

8. มีคนเขมรจำนวนมากที่ไม่เคยไปเที่ยวนครวัด และไม่คิดจะไป

9. ผู้หญิงเขมรบางคนวชาญการนั่งมอเตอร์ไซค์ ถึงขนาดนั่งไขว่ห้างได้

10. คนเขมรกินเนื้อมากกว่ากินหมู

11. ที่นี่มีโต๊ะรับพนันบอลอย่างถูกกฏหมาย ชื่อ Cambo Six ลูกค้าหลักคือชนชั้นกรรมกร

12. ไวน์ penfold ตระกูล BIN ที่นี่ถูกกว่าที่เมืองไทยครึ่งนึง (BIN 389 ขวดละ 30 US$ เท่านั้น)

13. รถตู้หนึ่งคัน สามารถอัดคนเข้าไปได้มากกว่า 20 คน (รวมบนหลังคา)

14. ก็ไม่แปลก ถ้ามอเตอร์ไซค์ 1 คันจะมีคนนั่งซ้อนกัน 5 คนได้

15. ดังนั้น ก็ยิ่งเป็นเรื่องปกติ ที่มอเตอร์ไซค์ 1 คันจะขนหมูตัวเป็นๆ ได้ 1 ตัว

16. เบียร์ Tsing Tao (ชิงเต่า) จากเมืองจีนมีขายที่เขมรและทำตลาดอย่างจริงจัง

17. ข้าวโพดต้มที่นี่ หวานอร่อยชิบหาย ให้ตายเถอะ...สงสัยมันจะใส่ผงชูรสลงไปต้มด้วย

18. ทุเรียนจากจังหวัดกัมปอต จะมีสีสเปรย์สีแดงฉีดคาดลูก ...แต่ถ้าทุเรียนจากที่อื่นจะไม่มี

19. แบงก์ 50 เรียล (50 สตางค์) เป็นของหายาก ใครได้มาควรเก็บไว้ให้ดี

20. ชาเขียวโออิชิ รสชาติที่ขายดีที่สุดในเขมรคือ รสน้ำผึ้งมะนาว (ฝาเหลือง)

21. ชนชั้นแรงงานเขมร พักเที่ยง 2 ชั่วโมง ตั้งแต่ 11.00-13.00 น.

22. ในขณะที่คนเขียนเอนทรี่นี้ ทำงานตั้งแต่ 8.00-21.00 น. พักเที่ยงชั่วโมงเดียว

23. ตลาดทุกแห่งในเขมรปิดก่อน 17.00 น.

24. ดังนั้น ที่นี่ก็เลยไม่มี night bazaar ให้เราได้เดินเล่นกันยามค่ำคืน

25. ไฟจราจรเกือบทุกแยกจะเปิดเป็นไฟเหลืองกะพริบหลัง 4-5 ทุ่มเป็นต้นไป

26. ที่นี่มีบริการ “----โมบาย” คือ----ที่มีเอเย่นต์ขี่มอเตอร์ไซค์ตระเวณหาลูกค้าไปเรื่อยๆ

27. ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก อย่าพูดถึงถ้าไม่จำเป็น

28. อักษรเขมรมีทั้งหมด 33 ตัว และสามารถเติมหัว (หรืออะไรสักอย่าง)ได้ กลายเป็น 66 ตัว

29. เมื่อบวกกับสระอีกเกือบสี่สิบตัวแล้ว ทำให้คีย์บอร์ด 1 ปุ่มจึงต้องจุอักษรไว้ถึง 3 ตัว

30. วัยรุ่นเขมรก็กรี๊ดพี่เรน ทงบังชินกิ ซุปเปอร์จูเนียร์ ไม่ต่างจากวัยรุ่นบ้านเรา

31. นครวัดอยู่ในจังหวัดเสียมเรียบ ส่วนเมืองหลวงของเขมรคือกรุงพนมเปญ

32. นายกฯของกัมพูชาคือ ฮุนเซน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ ซัดดัม ฮุดเซน

33. คนเขมรเชื่อว่าสินค้า made in Thailand มีคุณภาพเยี่ยมดี เยี่ยมขั้นเทพ แต่สินค้าเวียดนามนั้นไม่...

34. คนเขมรชอบการพนันมากๆ โดยเฉพาะพนันบอล แต่คนเขมรไม่ชอบเตะบอล

35. วัยรุ่นเขมรก็ไม่เห็นจะนิยมเล่นวินนิ่งแต่อย่างใด

36. ตึกที่สูงที่สุดในพนมเปญตอนนี้คือ โรงแรม Intercontinental (ประมาณ 16 ชั้นถ้าจำไม่ผิด)

37. แต่อาคารที่เป็นโปรเจกต์ล่าสุดซึ่งครองสถิติสูงสุดอันดับ 1 ในขณะนี้คือ 52 ชั้น

38. ภาษาเขมรไม่มีวรรณยุกต์ ดังนั้น ถึงเราจะพูดเสียงเพี้ยนไปบ้าง เขาก็ยังพอเข้าใจ

39. มหาวิทยาลัยบางแห่งในพนมเปญ มีขนาดเท่ากับอาคารพาณิชย์ 2 คูหา

40. local domain ของ google เขมรคือ http://www.google.com.kh

41. ค่าทำพาสปอร์ตเขมร ราคาเล่มละ 190 US$ (6,460 บาท)

42. น้ำจะท่วมพนมเปญทันทีที่ฝนตกติดต่อกันนานเกิน 2 ชั่วโมง

43. ถนนหลายเส้นในพนมเปญถูกถมให้สูงกว่าบ้านเรือนประมาณ 1-2 เมตร

44. คนเขมรมักทำธุรกิจเดียวกันติดกันเป็นดง เช่น ดงขายมือถือ ดงขายมอเตอร์ไซค์ ดงวัสดุก่อสร้าง

45. แม่ค้าในตลาดที่พูดภาษาไทยได้ มักจะฟันเราหัวแบะเสมอ

46. เป็นเรื่องปกติมาก ที่บางวันพนมเปญจะไฟดับครึ่งเมืองนาน 2 ชั่วโมง

47. ค่าใช้ทางด่วนไปสนามบินพนมเปญ ราคา 11 บาท (ผมเชื่อว่ามันคือ 10 บาท + VAT 10%)

48. เพียงแค่ท่านขับรถเข้าไปในสนามบินพนมเปญ ก็ต้องเสียค่าเข้า 25 บาทแล้ว

49. ร้านอาหารไทยที่นี่ มักจะเหมาค่าข้าวสวยเป็นรายหัว หรือบางร้านก็ฟรี

50. เมืองไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ...

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

วัยรุ่น

คุณพ่อคุณแม่หลายคนไม่ทราบว่าจะปฏิบัติตนอย่างไรดีกับลูกที่กำลังเป็นวัยรุ่น


ข้อแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกที่กำลังเป็นวัยรุ่น

1. พยายามหาความรู้ เกี่ยวกับวัยรุ่น โดย การอ่านหนังสือ เข้าฟังการอบรมสัมมนาปัญหาวัยรุ่น คุยกับเพื่อนที่มีลูกเป็นวัยรุ่น ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจ และผ่อนคลายความกังวล ที่คุณมีต่อลูกของคุณลงได้บ้าง พยายามเข้าใจ และทำใจเมื่อลูกแสดงอารมณ์ที่แปรปรวนบ้าง และพยายามรักษาความสัมพันธ์ที่ดี กับลูกไว้ เพื่อจะได้เป็นหลักให้ลูกวัยรุ่นของคุณได้ ในเรื่องอื่นๆที่สำคัญกว่า
2. พยายามให้เวลา และพูดคุยกับลูกเสมอๆ และควรทำตั้งแต่ก่อนที่ลูก จะเข้าสู่ระยะวัยรุ่น ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกายจะเริ่มปรากฏชัด เช่น ควรพูดคุยกับลูกสาว เรื่องประจำเดือน ก่อนที่เขาจะมีประจำเดือน หรือพูดคุยกับลูกชาย เรื่องการฝันเปียก การแข็งตัวของอวัยวะเพศ ฯลฯ ก่อนที่เขาจะเกิดปัญหาขึ้น ถ้าคุณรอหรือไม่กล้าพูดเรื่องเหล่านี้กับลูก อาจจะสายไป เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว หรือลูกอาจจะได้ข้อมูลต่างๆ ที่ไม่ถูกต้องจากเพื่อนหรือคนอื่นๆ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิด ความเข้าใจที่ผิดๆได้ แต่ควรเริ่มพูดอย่างเป็นกลางๆ ด้วยเรื่องธรรมดาๆ ก่อน เช่น การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ในช่วงวัยรุ่น และความแตกต่างของการเป็นหญิง หรือชาย ฯลฯ
พยายามอย่ายัดเยียด ความรู้ต่างๆ อย่างละเอียดในคราวเดียว แต่ควรจะค่อยๆพูดคุยเรื่องเหล่านี้ กับลูกในวาระต่างๆ กันเป็นครั้งคราวไปเรื่อยๆ การพูดคุยให้ลูกทราบว่า คุณเองก็เคยผ่านขั้นตอน การเป็นวัยรุ่นเหมือนกัน และเล่าประสบการณ์ของคุณ ให้เขาฟังบ้าง จะช่วยให้เขาสบายใจขึ้นได้ และทำให้เขารู้สึกว่า คุณสามารถเป็นที่ปรึกษา และยินดีรับฟังปัญหาของเขาเสมอ และพร้อมที่จะเข้าใจเขา ซึ่งจะทำให้เขาและคุณ สามารถปรับตัวผ่านระยะของวัยรุ่นต่างๆ ไปด้วยกัน
3. ลองเอาใจเขา มาใส่ใจเรา บางครั้งวัยรุ่น จะมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ดูเป็นคนใจร้อน และเปลี่ยนใจง่าย ไม่ชอบทำอะไรที่ชักช้า และกลัวจะ ไม่ “เซอร์” และบางครั้ง พูดจาฟังไม่เข้าหู ซึ่งเราก็ควรเข้าใจ และสามารถบอกเขาได้ว่าคุณพ่อคุณแม่รู้สึกไม่เห็นด้วย กับพฤติกรรมอย่างนั้นๆ ของเขา ให้เขาทราบว่าคุณไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วยในสิ่งที่เขาทำเพราะอะไร และจะมีวิธีอื่นให้เขาลองดู เพื่อปรับตัวได้อย่างไร และที่บอกนี้ก็เพราะรัก และห่วงใยเขา ไม่ใช่เพราะเราไม่รักเขา ไม่ชอบเขา
ซึ่งบางครั้งวัยรุ่น ก็จะยังทำท่าฮึดฮัด ไม่ยอมฟังคุณอยู่ดี แต่ขอให้ใช้ความใจเย็น และดูจังหวะที่จะพูดเรื่องเหล่านี้กับเขา ซึ่งถ้าเราหนักแน่นพอ และไม่ได้ไปชวนทะเลาะด้วย ก็จะทำให้ลูกได้ เรียนรู้แง่คิด และมุมมองของคุณ ที่กว้างออกไป และในทางกลับกัน คุณเองก็ควรรับฟัง มุมมอง และแง่คิดของเขาดูบ้าง พยายามเปิดใจให้กว้าง แล้วคุณก็จะได้รู้จักลูกของคุณเองได้ดีขึ้น ในกรณีที่มีเรื่องชวนปวดหัว จากลูกวัยรุ่นของคุณหลายๆ เรื่องด้วยกัน คุณควรจะพิจารณาเลือกเรื่องที่สำคัญที่ควรพูดก่อน มาพูดคุยกับลูก อย่าพยายามพูดบ่นไปทุกเรื่อง จะทำให้เขาไม่ยอมรับฟังคุณ ในบางครั้ง ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่มีความสำคัญมากนัก และคุณพอยอมรับได้ เช่น การทำผม การแต่งตัว ซึ่งบางครั้งจะดูเป็นวัยรุ่นมากไป ถ้ามองผ่านไปได้ ก็ควรจะปล่อยไปบ้าง ลองคิดถึง ตอนที่คุณเองยังเป็นวัยรุ่น ที่ตอนนั้นอาจมีแฟชั่นกางเกงขาบาน หรือนุ่งกระโปรงมินิสเกริต์อยู่ เพราะเรื่องเหล่านี้จะฮิตอยู่ไม่นาน สักพักก็จะหมดสมัยไปเอง และส่วนใหญ่เมื่อวัยรุ่นได้ลองทำดูแล้ว ถ้าเขารู้สึกว่าไม่เหมาะกับเขา เมื่อเขามีวุฒิภาวะมากขึ้น เขาก็จะเลิกไปเอง แต่ถ้าเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายกับลูก เช่น เรื่องการลองยาเสพติด หรือเรื่องพฤติกรรมทางเพศ หรือการชกต่อยทะเลาะวิวาท คุณควรต้องรีบเอาใจใส่ และหาทางแก้ปัญหาโดยเร็ว อย่าปล่อยไว้ จนลุกลามจนสายเกินแก้
4. พยายามรู้จักเพื่อนๆ ของลูก และถ้าเป็นไปได้ ควรรู้จักกับคุณพ่อคุณแม่ ของเพื่อนลูกด้วย จะช่วยให้คุณแลกเปลี่ยนความเห็น และช่วยเหลือกันได้ ในกรณีที่มีปัญหากับวัยรุ่น คุณอาจจะใช้วิธีจัดงานวันเกิด หรือไปร่วมงานของโรงเรียน ที่จัดขึ้น เพื่อจะได้พบปะกันบ้าง และในหลายต่อหลายครั้ง อาจช่วยดูแลลูก และเพื่อนลูกในการรับส่ง เรื่องเรียนพิเศษ หรือซื้อใบสมัครเรียน ซื้อของใช้กิจกรรมของโรงเรียน ฯลฯ ก็จะทำให้คุณได้ช่วยกัน ทำให้สภาพแวดล้อมของลูก ปลอดภัยสำหรับทุกคนได้
5. คอยสังเกตสัญญาณเตือนภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับลูก แม้ว่าวัยรุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม หรือการปฏิบัติตัวบ้าง แต่ก็มักจะไม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จนผิดปกติ ดังนั้นถ้าคุณสังเกตเห็นสัญญาณเตือนภัยเหล่านี้ ในลูกวัยรุ่นของคุณ คุณควรจะปรึกษาแพทย์ สัญญาณเหล่านี้ได้แก่
5.1 น้ำหนักเพิ่มขึ้น หรือลดลงอย่างมาก 5.2 ปัญหาในการนอน เช่น นอนไม่หลับ หรือนอนทั้งวัน 5.3 มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เช่น เอะอะก้าวร้าวทำร้ายคน ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือเดิมเป็นคนร่าเริง กลับซึมเศร้าเก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกมาพบผู้คน 5.4 อยู่ๆ เปลี่ยนกลุ่มเพื่อน 5.5 ขาดเรียนบ่อยๆ 5.6 คะแนนการเรียนลดลงอย่างมาก 5.7 พูด บางครั้งดูเหมือนพูดเล่น หรือบ่นบ่อยๆว่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่ อยากตายหรือ คิดฆ่าตัวตาย 5.8 มีอาการของคนติดยา อาจดูเหมือนธรรมดาก่อน เช่นติดบุหรี่ ติดเหล้า หรือเริ่มทานยาแปลกๆ 5.9 มีปัญหาผิดกฎ แหกกฎ อยู่เรื่อยๆ ชอบทำอะไรที่ท้าทายมากๆและผิดกฎหมาย เช่น ขโมยของในห้าง เพราะตื่นเต้นดี , ลอกข้อสอบ หรือ ชกต่อยกับเพื่อน ฯลฯ
ปัญหาพฤติกรรมเหล่านี้ ถ้าเป็นเพียงบางครั้ง และเพิ่งเริ่มเป็น ยังอาจถือเป็นปกติตามประสาวัยรุ่นที่อยากลอง แต่ถ้าดูจะเกิดขึ้นซ้ำๆ หรือเป็นนานมากกว่า 6 สัปดาห์ หรือพบว่าความรุนแรงของปัญหาค่อนข้างมาก เช่น ลูกเป็นเด็กที่มักจะสอบได้ A หรือ B แต่คราวนี้ได้ F หรือ D คุณยิ่งควรรีบพาลูก ไปปรึกษาแพทย์ หรือนักจิตวิทยาบำบัด เพื่อจะได้ช่วยเหลือเด็กต่อไป

6. ให้ความเคารพความเป็นส่วนตัว และสิทธิของวัยรุ่น คุณควรจะให้เขามีความเป็นส่วนตัว และ ไม่เข้าไปก้าวก่ายเขาในทุกเรื่อง ไม่ควรจะไปค้นห้อง หรือโต๊ะของเขาหรือแอบอ่านบันทึกของเขา เพราะถ้าเขารู้ ก็จะโกรธมาก จนอาจจะไม่ยอมรับฟังอะไรจากคุณอีก ดังนั้นถ้าคุณจะคอยสอดส่องลูก ก็ทำได้ แต่ควรให้ความเคารพ ในความเป็นส่วนตัวของเขาด้วย
7. การตั้งกฏเกณฑ์ต่างๆ กับเขาควรให้เหมาะสมกับเขา ที่ปฏิบัติได้ และไม่เข้มงวดจนเกินไป และใช้เหตุผลในการพิจารณา เช่น จะให้ลูกวัยรุ่นเข้านอนแต่หัวค่ำ หรือ จะห้ามไม่ให้ดูทีวีเลย หรือ ห้ามใช้โทรศัพท์คุยกับเพื่อนนั้น แน่นอนว่า ลูกจะไม่รับฟัง หรือไม่ยอมปฎิบัติตาม จึงควรมีการผ่อนปรนบ้าง และไม่ควรหยุมหยิมเกินไปนัก